จ๊ะ ใจหายหมดสัญญาบ้านเก่า เมินคนด่าเนรคุณ แง้มรอดูผลงานกับแกรมมี่ โกลด์

จ๊ะ ใจหาย หมดสัญญาบ้านเก่า ยันจากกันด้วยดี ไม่หวั่นคนด่าเนรคุณ ลั่นภูมิใจนามสกุล อาร์สยาม ที่สุด แง้มรอชมผลงานกับแกรมมี่ โกลด์

วันที่ 1 มี.ค.64 ที่ GMM Studio นักร้องลูกทุ่ง จ๊ะ นงผณี มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างมาร่วมเปิดตัวรายการ แซ่บทะลุจอ ถึงการรับหน้าที่พิธีกรข่าวครั้งแรก พร้อมแจงเหตุคืนนามสกุล “อาร์สยาม” ไม่ต่อสัญญาต้นสังกัดเดิม

วันแรกของการใช้ชื่อ จ๊ะ นงผณี ความรู้สึกเป็นยังไงบ้าง? “จริงๆ แล้วก็รู้สึกใจหายนิดๆ มีความรู้สึกที่ว่าจากเราเคยเป็น จ๊ะ อาร์สยาม แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ใจหายอะไรมากเพราะว่าเราออกมาด้วยดี ไม่ได้ออกด้วยการทะเลาะ แต่เพราะเราหมดสัญญา แล้วทางผู้ใหญ่ที่ค่ายเก่าดีมากๆ บอกว่าจ๊ะจะใช้ก็ได้ไม่ได้ซีเรียสเลย”

วันที่ออกมาโพสต์ว่าจะใช้นามสกุล อาร์สยาม เป็นวันสุดท้ายแล้วโดนด่าบ้างไหม? “จริงๆ แล้วในเฟซและเพจหนูไม่มีโดนด่าเลยค่ะ แต่ในข่าวแน่นเลยค่ะ(หัวเราะ) มีแฟนคลับแคปมาให้ดูว่า…แม่มิสสน.ต้องเข้าแล้วอะไรอย่างเงี้ย แต่หนูพูดเลยว่าไม่คิดจะฟ้องใครเพราะว่าเป็นความคิดต่าง บางทีเขาอ่านแค่หัวค่ะ ไม่ได้เข้าไปอ่านรายละเอียด จริงๆ แล้วคือหมดสัญญาค่ะ ไม่ได้ฉีกสัญญาหรือว่าทะเลาะ อันนี้ยืนยัน เพราะว่าหนูเป็นคนที่เราเข้าไปคุยแล้วประมาณ 3 ครั้งกับเรื่องการต่อสัญญา เราไม่ได้คิดว่าเราจะไม่ต่อตอนแรก แต่มีบางข้อที่มีรายละเอียดลึกๆ จริงๆ ที่เรารู้สึกว่าวันนี้เวลาของเราไม่ใช่เวลาร้องเพลง เพราะเราอยู่ในวงการมาประมาณ 11-12 ปี จะมีงานทุกวันเหมือนเมื่อก่อนมันก็ไม่ใช่ เราต้องเบี่ยงเบนไปทางธุรกิจ ซึ่งก็จะมีรายละเอียดลึกๆ ข้างในที่เขาเป็นมาตรฐานของเขา เราก็เลยบอกว่างั้นหนูขออนุญาตนะคะ แต่ว่าท่าทางผู้ใหญ่หรือว่าทางอาร์เอสมีอะไรให้หนูไปช่วย เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะว่าอาร์เอสมีพระคุณกับหนูมากจริงๆ”

แล้วเหตุผลที่ไม่ต่อสัญญาคืออะไร? “จริงๆ มันมีเรื่องรายละเอียดของธุรกิจ ที่อยากพูดแต่ขออนุญาตไม่พูดดีกว่า เป็นรายละเอียดลึกๆ แล้วกัน แต่ไม่ได้เกี่ยวกับทางเรื่องเพลงนะคะ เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจส่วนตัวของเรา”

ที่บอกว่าแม้จะไม่มีสัญญาแล้วแต่สามารถนำเพลงของอาร์สยามมาร้องได้ทั้งหมด อันนี้คือเป็นสัญญาปากเปล่าหรือว่ามีเอกสาร? “ไม่ค่ะ มีการคุยกันกับผู้บริหารเลยค่ะ หนูพูดก่อนเลยว่าท่านน่ารักจริงๆ น่ารักที่ว่าวันนี้หนูไม่มีงานคอนเสิร์ตเลย ด้วยโควิดก็ไม่มีเลย ท่านก็บอกว่าโอเคปีหนึ่งจะต้องเสียประมาณนี้ซึ่งเป็นมาตรฐานของค่ายอยู่แล้ว ต่อปีนะคะ หนูก็เลยบอกเขาว่าปีนี้หนูเสียได้นะแต่ว่าหนูยังไม่มีงานจริงๆ เขาเลยบอกว่าเอาอย่างนี้งั้นจะเอาไปลองก่อน วันที่มีงานมาคุยกันแล้วจะนับจากวันนั้น สมมติว่าหนูมีงานพฤศจิกายน เขาก็จะเริ่มนับจากวันนั้นที่เสียตังค์แล้วก็ไปพฤศจิกายนปีหน้าถึงจะนับเป็น 1 ปี วันนี้เขาแบบว่ามีงานสองงาน เดือนหนึ่งมีงานเดียวหรือสองงานเอาไปร้องก่อนไม่ได้ซีเรียส”

ถ้าไม่มีสัญญาที่เป็นเอกสาร กลัวว่าจะมีโดนย้อนหลังบ้างไหม? “พี่ๆ เป็นห่วงหนูใช่มั้ยคะ(หัวเราะ) แต่หนูไม่ๆๆ เคสอื่นหนูไม่รู้นะแต่ของหนูออกด้วยดี ผู้ใหญ่ก็ดีกับหนู แต่ถ้าเรื่องเวลาหนูไปออกรายการไม่ใช่ละ เพราะสัญญาที่หนูคุยกันเป็นเรื่องที่หนูไปออกอีเวนต์ แต่ถ้าหนูไปออกรายการแล้วอยากให้หนูร้องเพลงเก่าของอาร์เอส รายการต้องเคลียร์กับต้นสังกัดเอง”

พอออกมาจากค่ายที่เคยปั้นให้เรามีชื่อเสียง กลัวคนจะมองว่าอกตัญญูหรือเนรคุณไหม? “อ๋อ…ไม่กังวลค่ะ เพราะยังไงคนต้องมองอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องปกติจริงๆ แล้วไม่ใช้คำว่าดราม่า แต่ใช้คำว่าความคิดต่าง เพราะเขาไม่ได้รู้ต้นสายปลายเหตุ หนูอยู่อาร์เอสมา 8 ปีแล้วจะให้หนูยืนด้วยการร้องเพลงอย่างเดียวมันก็ไม่ใช่ วันนี้นักร้องเยอะมากแล้วเราก็ไม่ได้มีงานทุกวัน ไหนจะ โควิดอีก ถ้าหนูร้องเพลงอย่างเดียวก็ไม่มีรายได้อีก พอหนูไม่มีรายได้แล้วมาเปิดรับบริจาคโน่นนี่ก็จะโดนด่าอีก เพราะฉะนั้นหนูก็ควรจะเดินแนวทางนี้ดีกว่า แต่ด้วยดีแล้วก็ควรรู้ว่าใครมีพระคุณกับเรา หนูยังยืนยันนะคะวันที่อาร์เอสมาบอกว่าจ๊ะไปช่วยงานนี้หน่อยยินดีที่สุดเลยค่ะ”

พอเขาออกไปคนที่คอมเมนต์ในด้านลบมีว่ายังไงบ้าง? “ไม่รู้สึกค่ะ ถ้าแรงที่สุดต้องย้อนไปที่คันหูแล้วล่ะ(หัวเราะ) วันนี้ไม่ได้มีความรู้สึกที่ว่าแรงมากก็ไม่อยากจะพูดถึง แค่รู้สึกว่าคนเราสามารถมีความคิดต่างได้ แล้วเขาก็ไม่ได้เปิดเข้าไปดูในข่าวเต็มๆ เขาก็อาจจะแสดงความคิดเห็นได้ ไม่ได้โกรธค่ะ ยืนยันนะคะไม่มีมิสสน.แน่นอน”

แล้วอยากจะอธิบายเหตุผลให้คนเหล่านั้นฟังไหมว่ามันคืออะไร? “เหตุผลของเราก็คือเราหมดสัญญา เราเข้าไปคุยถึง 3 ครั้งกับครูซิม ณ ตอนนี้ครูซิมออกไปก่อนหนูอีก(หัวเราะ) ครูซิมคือผู้บริหารอาร์เอสนะคะแต่ออกก่อนจ๊ะค่ะ คุยกัน 3 ครั้ง แล้วก็สุดท้ายแล้วมีข้อหนึ่งที่เรารู้สึกว่าถ้าเรายังอยู่มาตรฐานของ…คือจริงๆ แล้วครูบอกว่าจ๊ะอยู่ได้เซ็นได้แล้วก็ขอเป็นเคสๆ ไป แต่หนูมองว่ามาตรฐานถ้าจ๊ะทำได้นักร้องคนอื่นก็ทำได้ มันก็จะเสียมาตรฐานของบริษัทไป”

กลัวคนจะมองว่าเราได้อภิสิทธิ์กว่าคนอื่นแบบนี้เหรอ? “ใช่ อย่างมีอยู่ปีหนึ่งหนูได้พรีเซนเตอร์ 2 ตัวเลยที่เป็นแพ็กใหญ่ คนก็มองว่าหนูเป็นลูกรักเฮีย จริงๆ แล้วไม่ใช่นะคะคุณ บอกเลยว่าอยู่อาร์เอสมา 8 ปีเคยเจอเฮียแค่ 4 ครั้งเอง ไม่ได้เป็นลูกรักหนูยืนยัน”

มีข่าวซุบซิบประมาณว่าเกาเหลากับศิลปินในสังกัดเดิมหรือเปล่า เลยทำให้เราตัดสินใจออกมาเป็นอิสระดีกว่า? “มีความอึดอัดบ้าง แต่ไม่ถึงกับเกาเหลา มีความอึดอัดคือเวลาที่เราอยู่ในกรอบ…ก็เราเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรที่มันสองมาตรฐาน เพราะฉะนั้นเราก็รู้สึกว่าอันนี้ทำไม่ได้ก็ควรจะทำไม่ได้ด้วยกันทั้งหมด ไม่ใช่มีคนทำได้แล้วอีกคนทำไม่ได้ อันนี้ก็มีบ้างแต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นหลักคือเวลานี้ของจ๊ะคือจ๊ะไม่ได้มีงานร้องเพลงทุกวัน เราก็ไม่ได้เดินสายร้องเพลงอย่างเดียว น่าจะมีอาชีพอื่นด้วย”

มีความน้อยใจด้วยส่วนหนึ่ง? “มีตั้งแต่ปีแรกยันปีที่ 8(หัวเราะ) แต่วันที่ออกมาไม่มีแล้วค่ะ เพราะว่าคุยกันด้วยดีมากๆ จริงๆ แล้วประเด็นนี้เป็นประเด็นตั้งแต่ปีแรกๆ ที่เข้าไป แล้วก็รู้สึกว่าทำไมต้องมีคำว่าเด็กใครเด็กมัน คือจะมีอารมณ์มีตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่ 4 ก็ไม่รู้ว่าด้วยอายุของเราด้วยหรือเปล่าตอนนั้นที่เราอาจจะเด็ก แต่หลังๆ ไม่มีแล้วเพราะเป็นคนแบบคิดบวกมากกว่า ขนาดคนมาด่าหนูทุกวันนี้ยังรู้สึกว่าเป็นความคิดต่างดีกว่า”

แต่ ณ วันนี้เราก็พร้อมกับบทบาทใหม่ใช่ไหม? “ขอบคุณมากเลยค่ะกับบทบาทใหม่ ทุกที่เลยที่ติดต่อมา หนูก็ขอบคุณมากๆ แต่บางที่ที่หนูไม่ได้รับก็ต้องขออภัยด้วย ที่หนูไม่ได้รับเพราะว่าหนูกลัวว่าหนูจะไปทำความวุ่นวายให้กับกอง บางทีหนูไม่ได้เป็นคนที่ถนัดด้านนั้น จริงๆ หนูถนัดด้านการร้องเพลงอย่างเดียว ฝากเจ้าภาพนะคะโทรได้ที่ 096-130-8886 จ้า”

วันนี้ต้องมานั่งเป็นพิธีกรอ่านข่าวคนอื่นแล้ว ในขณะที่เราก็เคยเป็นคนในข่าว ความรู้สึกมันเป็นยังไงบ้าง? “เราฟังมาเยอะ เพราะเราเองก็เคยอยู่ในข่าวมาเยอะ เราก็จะซอฟต์ๆ ซอฟต์มาก อะไรที่ในสคริปต์มันแรงๆ เราก็จะไม่อ่านนะ เราจะเป็นอารมณ์นิ่งๆ มึนๆ ของเราไป เราก็กลัวนะ เรากลัวว่าคนจะไม่ชอบเรา ขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส”

ด้วยความที่เราเป็นคนโพล่งๆ มันมีผลไหม? “มากๆ วันนี้เป็นวันแรกจ๊ะก็เกร็งนะ ถ้าคำนี้เราพูดไปเราจะโดนมั้ย กลัวที่สุดคือเรื่องฟ้องร้อง กลัวมากๆ เลย จ๊ะพูดกับทีมงานตั้งแต่แรกว่าหนูจะโดนฟ้องจะอะไรมั้ย อะไรที่แรงๆ จ๊ะจะพูดก่อนเลยว่าสคริปต์นะคะ คือเราเข้าใจทั้งคนที่เป็นข่าว เพราะเราเคยเป็นมาก่อน เราก็พยายามจะพูดซอฟต์ๆ และเป็นกลางที่สุด”

เส้นทางการเป็นนักร้องเราวางแผนไว้อย่างไรบ้าง? “เดี๋ยวมีโปรเจ็กต์เซอร์ไพรส์ จริงๆ แล้วเรามีแพลนที่จะทำเอง พูดตามตรงว่าเพลงจ๊ะอย่างที่อาร์เอสทำมาให้ทั้งหมดไม่เคยต่ำกว่า 7 แสน ณ วันนี้ที่เราจะทำเอง แล้วข้างหน้าเรายังไม่มีงานก็ไม่คิดจะทำ แต่ก็มีหลายๆ ค่ายติดต่อมาว่ามีโปรเจ็กต์นะ มีฟีเจอริ่งกับให้เซ็นสัญญา จ๊ะก็ยืนยันตรงนี้ว่ายังไม่มีความคิดที่จะเซ็นสัญญากับใคร แต่ถ้าให้ไปร่วมงานยินดีค่ะ”

แล้วทำกับแกรมมี่โกลด์จริงไหม? “เดี๋ยวรอดูเลย แต่ยืนยันว่าไม่ได้เซ็นแกรมมี่โกลด์ เดี๋ยวจะหาว่าหมดสัญญากับอาร์เอสแล้วมาแกรมมี่โกลด์เลย ไม่ใช่นะคะ ยินดีทุกที่ที่ให้โอกาสเรามากอยู่แล้ว”

เรื่องลิขสิทธิ์เพลง สิบสอง ที่จะไปคุยกับทางแกรมมี่? “ไม่เตรียมอะไรเลย เพราะได้คุยกับทางผู้ใหญ่แล้ว เขาก็ไม่ได้ซีเรียส เขายังขำๆ ลิขสิทธิ์ไม่ได้เป็นของแกรมมี่โดยตรง แต่แกรมมี่เป็นผู้ดูแลสิทธิ์ให้กับอาจารย์พยงค์ มุกดา จ๊ะก็ถามเขาว่าตอนแรกจ๊ะเสิร์ชในระบบแล้วมันไม่ขึ้น ทำยังไง เขาบอกมันไม่ขึ้นอยู่แล้วเพราะมันเป็นเพลงที่เก่ามาก แล้วเขาก็รู้เจตนาว่าเราไม่ได้มีเจตนาที่จะละเมิดลิขสิทธิ์ เขาก็ไม่ได้ซีเรียส”

แล้วเราไปเจอเพลงนี้มาจากไหน? “เจอจากยูทูบ เลยนำมาคัฟเวอร์ คือจ๊ะยังพูดเล่นๆ แซวๆ อยู่ว่าถ้ารู้ว่าเป็นของแกรมมี่ จ๊ะไม่เอามาแน่ พูดตามตรงนะจ๊ะไม่อยากทำไปแล้วจะมีปัญหาตามมา”

ได้บทเรียนอะไรบ้าง จากที่เรามั่นใจว่ามันไม่มีลิขสิทธิ์? “ไม่ได้รู้สึกว่ามีบทเรียนอะไร เพราะเรารอบคอบแล้วจริงๆ เราเสิร์ชแล้วมันไม่มีจริงๆ หลังบ้านไม่ขึ้นจริงๆ แล้วอันนี้ทำให้เรารู้สึกว่าต่อไปนี้จะเอาเพลงอะไรมาคัฟเวอร์ก็จะเอาเพลงที่เขามีตัวตนเลยดีกว่า แบบเขามีเจ้าของแล้วเราเดินเข้าไปบอกเขาเลยว่าหนูขอซื้อเพลงนี้มาลงยูทูบ จะดีกว่า แล้วเพลงต่อไปมีตัวตนนะคะคุณขา ฝากติดตามด้วยค่ะทางช่องอีจ๊ะชาแนล”

วันนี้จะมีการเสียค่าลิขสิทธิ์กันไหม? “วันนี้ยังไม่มีงานเลยค่ะ วันนี้เข้าไปคุย เรตจะคิดจากงานเราก่อน แล้วเขาถึงจะไปคิดว่าเราต้องเสียค่าลิขสิทธิ์เท่าไหร่ แต่วันนี้ถ้าจ๊ะยื่นตารางงานไปอาจจะศูนย์เลยนะ เพราะตารางงานไม่มีจริงๆ วันนี้ยังพูดอะไรมากไม่ได้ รู้แค่เพียงว่าจริงๆ แล้วเพลงนี้ไม่ใช่ของแกรมมี่นะคะ แต่เขาดูแลสิทธิ์ แล้วเขาก็ไม่ได้ซีเรียสถึงขนาดที่ข่าวลงว่าโดนเก็บลิขสิทธิ์ย้อนหลังแบบนั้น ไม่ได้โดนค่ะ แต่จะเป็นการพูดคุยกันว่าทิศทางการทำงานหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรกันมากกว่า”

หลังจากนี้ต้องเรียกจ๊ะว่าอะไร? “(หัวเราะ) เรียกได้หมดเลย จ๊ะ นงผณี ก็ได้ จ๊ะ คันหู ก็ได้ แล้วคำว่า จ๊ะ อาร์สยาม จริงๆ ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ติด มีแต่เราที่รู้สึกว่าเราใช้อะไรที่มันเป็นเราดีกว่า”

ภูมิใจกับคำว่าจ๊ะอาร์สยาม? “ภูมิใจที่สุด ยังรู้สึกว่าเฮียฮ้อกับซ้อดีที่สุดในชีวิตจ๊ะอยู่แล้ว จากวันนั้นที่จ๊ะอยู่ใต้ดินแล้วทำให้เราขึ้นมาเป็นนักร้องห้างได้ ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่เรา คุณภาพชีวิตจ๊ะและครอบครัวจ๊ะดีขึ้นทุกอย่างเพราะเฮียจริงๆ จากนักร้องค่าตัว 15,000-30,000 บาท เฮียก็มาปรับให้ ต้องขอบคุณเฮียมากๆ ภูมิใจกับคำว่าจ๊ะอาร์สยามค่ะ”

ADD YOUR COMMENT

Your email address will not be published. Required fields are marked *