ปมเมียวางแผนปลิดชีพ หั่นผัวรับเหมา เพื่อนบ้านเห็นทุบกันประจำ ฝ่ายหญิงมักหัวร้อน

ปมเมียวางแผนปลิดชีพ หั่นผัวรับเหมา เพื่อนบ้านเห็นทุบกันประจำ ฝ่ายหญิงมักหัวร้อน ตร.เข้าตรวจสอบรถกระบะ พบป้ายทะเบียนถูกถอด

จากกรณีที่ น.ส.วาสนา (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ภรรยา ผู้ต้องหาร่วมกับหลานชาย ฆ่าหั่นศพสามีคือ นายสุบิน (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ก่อนจะนำชิ้นส่วนช่วงลำตัวไม่มีศีรษะและแขน ไปเผาทิ้งในพื้นที่ หมู่ 4 ต.ชะแมบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และพบชิ้นส่วนแขนและขาถูกเผาทิ้งที่ริมถนน347 บางปะอิน-บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 3 มี.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังลงพื้นที่ ลานจอดรถภายในหอพักแห่งหนึ่ง ซ.อัญชลี 4 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อตรวจสอบรถกระบะ อีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว ทะเบียน ณท 6274 กรุงเทพ ของผู้เสียชีวิต

ที่จอดอยู่ถายในลานจอดรถดังกล่าว หลังจากที่ ตำรวจพบภาพจากกล้องวงจรปิด คาดว่าเป็นรถต้องสงสัยที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะ นำร่างของของผู้เสียชีวิตไปเผาทิ้ง จากการตรวจสอบพบว่า แผ่นป้ายทะเบียนรถถูกถอดหายไปทั้งข้างหน้าและข้างหลัง เบื้องต้นได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจสอบเก็บหาลายนิ้วมือ คราบเลือดและดีเอ็นเอภายในรถไปตรวจสอบ

รปภ.หอพัก เล่าว่า ปกติจะเห็นผู้เสียชีวิตนำรถกระบะมาจอดเป็นประจำและขี่รถจยย.กลับไปกับแฟน โดยไม่รู้มาก่อนว่า เจ้าของรถจะถูกฆ่าเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นคนอัธยาศัยดี มักชอบนำอาหารมาให้สุนัขแถวนี้เป็นประจำ และการที่ทะเบียนรถผู้เสียชีวิตถูกถอดออกไป คาดว่าต้องมีความผิดปกติเพราะรถคันนี้ ตนเห็นประจำว่ามีทะเบียนติดอยู่ ไม่ได้ถูกถอดออกในลักษณะดังกล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านพักหลังหนึ่ง ในต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านของผู้ต้องหา ที่มีการเตรียมทำแผนประกอบคำรับสารภาพในช่วงบ่าย พบว่าบุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้านได้นั่งรถจยย.พวงข้างออกไปหลัง มีสื่อมวลชนหลายสำนักเดินทางมารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก

จากการสอบถามเพื่อนบ้านผู้ต้องหา เล่าว่า ผู้เสียชีวิตกับผู้ต้องหา คบหากันมานานหลายปี โดยฝ่ายชายเป็นนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ในช่วง 2-3 ปีหลัง ฝ่ายชายประสบปัญหาการเงิน และต้องการย้ายมาอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มทะเลาะและมีปากเสียงกันเรื่อยมา

เนื่องฝากฝ่ายหญิงไม่ต้องการให้ฝ่ายชายย้ายมาอยู่ด้วย จนเกิดปากเสียงทะเลาะ ด่าทอกันเป็นประจำ ซึ่งเมื่อฝ่ายหญิงโมโหมากจะเป็นคนอารมณ์ร้อน หยิบข้าวของปาใส่ฝ่ายชาย ซึ่งคนในซอยเห็นเป็นประจำแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งด้วย

ADD YOUR COMMENT

Your email address will not be published. Required fields are marked *